หลักเกณฑ์การประเมินข้อมูลธรณีวิทยา

คณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณี

                    ประกาศแนวทางและหลักเกณฑ์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณีประเทศไทย เพื่อใช้เป็น แนวทางสำหรับการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและการจัดตั้งอุทยานธรณีของประเทศให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและเกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรณีของประเทศโดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ อีกทั้งยัง สามารถใช้ประโยชน์แหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาและอุทยานธรณีประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจพื้นฐาน ของชุมชนและท้องถิ่นได้แนวทางและหลักเกณฑ์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณีประเทศไทย ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ

๑) แนวทางการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและหลักเกณฑ์การประเมินข้อมูลธรณีวิทยา (มรดกธรณี)

๒) แนวทางและหลักเกณฑ์จัดตั้งอุทยานธรณีประเทศไทย (อุทยานธรณี)

 

แนวทางการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา

                   จะนำไปสู่การปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน และหน่วยงาน เจ้าของพื้นที่มีแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสมและนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้าง การรับรู้ให้ประชาชนในท้องถิ่นอันจะส่งผลกระตุ้นให้ชุมชนท้องถิ่นมีความต้องการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่ง อนุรักษ์ธรณีวิทยาต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

              ๑) การสำรวจและจัดทำบัญชีข้อมูลแหล่งธรณีวิทยา ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรธรณี ใช้แบบสำรวจข้อมูลแหล่งธรณีวิทยาในการสำรวจและจัดทำบัญชี

         ๒) การตรวจประเมินคุณค่าทางวิชาการของแหล่งธรณีวิทยา ดำเนินการโดย กรมทรัพยากรธรณี ใช้หลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา ซึ่งอ้างอิงจากหลักเกณฑ์ การประเมินเพื่อกำหนดแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา (กรมทรัพยากรธรณี ๒๕๕๔)

          ๓) การเผยแพร่ผลการประเมินแหล่งธรณีวิทยาและแนวทางการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา เพื่อสร้างให้เกิดความรับรู้และรับทราบแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งธรณีวิทยา อันจะเป็นการ กระตุ้นให้ชุมชนท้องถิ่นมีความต้องการที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาต่อไป

 

คำจำกัดความ  แหล่งธรณีวิทยาหรือแหล่งมรดรธรณี (Geosite) หมายถึง แหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าทางด้านวิชาการทางธรณีวิทยา แบ่งเป็น ๗ ประเภท ดังนี้

๑)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งแร่แบบฉบับ

๒)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งพุน้ำร้อน

๓)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งซากดึกดำบรรพ์

๔)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีโครงสร้าง

๕)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งหินแบบฉบับ

๖)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีสัณฐาน

๗)  แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

 

การประเมินข้อมูลธรณีวิทยา

                การประเมินข้อมูลธรณีวิทยาของแหล่งธรณีวิทยา ใช้หลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางวิชาการของแหล่งธรณีวิทยาในแต่ละประเภท ซึ่งประกอบด้วย ๒ ส่วน ได้แก่ หลักเกณฑ์พื้นฐานของแหล่งธรณีวิทยา และหลักเกณฑ์เฉพาะแหล่งธรณีวิทยาแต่ละประเภท โดยจะให้น้ำหนักรายเกณฑ์ (Wk) ตามนัยทางวิชาการ และกำหนดระดับความสำคัญ (Sjk) ในแต่ละเกณฑ์ ตั้งแต่ระดับคะแนน ๑-๕ จากที่มีความสำคัญน้อย (ระดับที่ ๑) ถึงมีความสำคัญมาก (ระดับที่ ๕) โดยมีการประเมินในรายละเอียดดังนี้

 

หลักเกณฑ์การประเมินข้อมูลธรณีวิทยา  (มรดกธรณี)

                ใช้หลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางวิชาการของ แหล่งธรณีวิทยาในแต่ละประเภท ซึ่งประกอบด้วย ๒ ส่วน ได้แก่ ส่วนของหลักเกณฑ์พื้นฐานของแหล่งธรณีวิทยา และส่วนของหลักเกณฑ์เฉพาะแหล่งธรณีวิทยาแต่ละประเภท

           ๑. ส่วนของหลักเกณฑ์พื้นฐานของแหล่งธรณีวิทยาประเมินแบบเดียวกันทุกประเภท (น้ำหนักร้อยละ ๖๐) เกณฑ์การประเมิน หลักเกณฑ์พื้นฐานของแหล่งแต่ละประเภทจะเหมือนกัน  ประกอบด้วย

๑) ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา (น้ำหนักร้อยละ ๑๕) หมายถึง ลักษณะเด่นที่ท้าให้ แหล่งธรณีวิทยานั้นๆ แตกต่างจากแหล่งธรณีวิทยาอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน

๒) ความหลากหลายทางธรณีวิทยา (น้ำหนักร้อยละ ๑๐) หมายถึง การที่มีความหลากหลาย ของแหล่งธรณีวิทยาประเภทต่างๆ ในบริเวณเดียวกัน

๓) ความหายาก (น้ำหนักร้อยละ ๒๐) หมายถึง เป็นแหล่งธรณีวิทยาที่หายากแตกต่างจาก แหล่งธรณีวิทยาอื่นๆ ประเภทเดียวกัน

๔) การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ (น้ำหนักร้อยละ ๑๕) หมายถึง แหล่งธรณีวิทยานั้น บ่งบอกถึงธรณีประวัติเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา หรือข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

 

              ๒. ส่วนของหลักเกณฑ์เฉพาะแหล่งธรณีวิทยาแต่ละประเภทซึ่งจะแตกต่างกันออกไป (น้ำหนักร้อยละ ๔๐) มีเกณฑ์การประเมินของหลักเกณฑ์เฉพาะแหล่งธรณีวิทยาแต่ละประเภท จะแตกต่างกันขึ้นอยู่ กับแหล่งธรณีวิทยาแต่ละประเภท มีรายละเอียดดังนี้

 

๓. รายละเอียดหลักเกณฑ์การประเมินข้อมูลธรณีวิทยา  คำอธิบายหลักเกณฑ์และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

๓.๑ แหล่งแร่แบบฉบับ หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

                   ๑.  ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งแร่แบบฉบับนี้แตกต่างจากแหล่งแร่แบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งแร่แบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก / ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งแร่แบบฉบับอื่นๆ

                   ๒.  ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณ
แหล่งแร่แบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งแร่แบบฉบับ
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งแร่แบบฉบับ
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งแร่แบบฉบับ
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งแร่แบบฉบับ
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งแร่แบบฉบับ

                          ๓.  ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งแร่แบบฉบับนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งแร่แบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งแร่แบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งแร่แบบฉบับประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งแร่แบบฉบับประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งแร่แบบฉบับประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งแร่แบบฉบับประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งแร่แบบฉบับนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งแร่แบบฉบับอื่นๆ

                      ๔.  การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งแร่แบบฉบับสามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณเป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งแร่แบบฉบับให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งแร่แบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งแร่แบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งแร่แบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งแร่แบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                    ๕.  ความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ ความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ หมายถึง ปริมาณและคุณภาพแร่ที่พบบริเวณแหล่งแร่
แบบฉบับ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความสมบูรณ์ของแหล่งแร่

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้มีความสมบูรณ์มาก
ระดับที่ ๔ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้มีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้มีความสมบูรณ์ในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้มีความสมบูรณ์ค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้มีความสมบูรณ์น้อย

                   ๖.  ความชัดเจนของรูปแบบการเกิดแหล่งแร่ ความชัดเจนของรูปแบบการเกิดแหล่งแร่ หมายถึง รูปแบบการเกิดของแหล่งแร่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนและมีองค์ประกอบครบถ้วน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความชัดเจนของรูปแบบการเกิดแหล่งแร่

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ รูปแบบการเกิดแหล่งแร่มีความชัดเจนมาก
ระดับที่ ๔ รูปแบบการเกิดแหล่งแร่มีความชัดเจนค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ รูปแบบการเกิดแหล่งแร่มีความชัดเจนในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ รูปแบบการเกิดแหล่งแร่มีความชัดเจนค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ รูปแบบการเกิดแหล่งแร่มีความชัดเจนน้อย

                   ๗.  การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งแร่แบบฉบับมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งแร่แบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งแร่แบบฉบับแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

 

๓.๒ แหล่งพุน้ำร้อน หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

                     ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาหมายถึงลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งพุน้ำร้อนนี้แตกต่างจากแหล่งพุน้ำร้อนอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งพุน้ำร้อน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งพุน้ำร้อนอื่นๆ

                     ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งพุน้ำร้อน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งพุน้ำร้อน
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งพุน้ำร้อน
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งพุน้ำร้อน
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งพุน้ำร้อน
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งพุน้ำร้อน

                     ๓. ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งพุน้ำร้อนนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งพุน้ำร้อนอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งพุน้ำร้อน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งพุน้ำร้อนประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งพุน้ำร้อนประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งพุน้ำร้อนประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งพุน้ำร้อนประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งพุน้ำร้อนนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งพุน้ำร้อนอื่นๆ

                ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งพุน้ำร้อนสามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งพุน้ำร้อนให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งพุน้ำร้อนมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งพุน้ำร้อนมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งพุน้ำร้อนมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งพุน้ำร้อนมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                  ๕. ปริมาณน้ำและความต่อเนื่องของพุ ปริมาณของพุและความต่อเนื่องของการไหลของพุ หมายถึง แหล่งพุน้ำร้อนที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ประเภทแหล่งพุน้ำร้อนนั้น ควรมีปริมาณพุมากและพุมีการไหลอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๒ มิติ คือ ปริมาณของน้ำพุ และความต่อเนื่องของการไหลของพุ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีปริมาณน้ำมาก และพุอย่างต่อเนื่อง
ระดับที่ ๔ มีปริมาณน้ำมาก แต่พุไม่ต่อเนื่อง
ระดับที่ ๓ มีปริมาณน้ำน้อย แต่พุอย่างต่อเนื่อง
ระดับที่ ๒ มีปริมาณน้ำน้อย และพุไม่ต่อเนื่อง
ระดับที่ ๑ มีปริมาณน้ำน้อยมาก และพุไม่มีความต่อเนื่อง

                 ๖. อุณหภูมิ อุณหภูมิ หมายถึง ความร้อนของพุน้ำร้อน แหล่งพุน้ำร้อนที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ประเภทแหล่งพุน้ำร้อนนั้น ควรมีความร้อนสูง ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ อุณหภูมิของพุน้ำร้อน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ พุน้ำร้อนมีอุณหภูมิสูงมาก
ระดับที่ ๔ พุน้ำร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง
ระดับที่ ๓ พุน้ำร้อนมีอุณหภูมิปานกลาง
ระดับที่ ๒ พุน้ำร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ
ระดับที่ ๑ พุน้ำร้อนมีอุณหภูมิต่ำ

                    ๗. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งพุน้ำร้อนมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งพุน้ำร้อน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งพุน้ำร้อนแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งพุน้ำร้อนแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งพุน้ำร้อนแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งพุน้ำร้อนแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งพุน้ำร้อนแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

๓.๓  แหล่งซากดึกดำบรรพ์ หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

                      ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งซากดึกดำบรรพ์นี้แตกต่างจากแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งซากดึกดำบรรพ์

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ

                   ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งซากดึกดำบรรพ์

                    ๓. ความหายาก  ความหายาก หมายถึง แหล่งซากดึกดำบรรพ์นี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งซากดึกดำบรรพ์

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งซากดึกดำบรรพ์นี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ

                   ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งซากดึกดำบรรพ์สามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งซากดึกดำบรรพ์มิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งซากดึกดำบรรพ์มิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งซากดึกดำบรรพ์มิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งซากดึกดำบรรพ์มิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                   ๕. ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์ ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์ หมายถึง ความสมบูรณ์ของซากสิ่งมีชีวิตและโครงกระดูกที่พบในแหล่งซากดึกดำบรรพ์เมื่อเทียบเคียงกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความสมบูรณ์ของซากสิ่งมีชีวิตและโครงกระดูก

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์อยู่ในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์อยู่ในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์อยู่ในระดับภาค
ระดับที่ ๒ ความสมบูรณ์ของซากดึกดำบรรพ์อยู่ในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ ซากดึกดำบรรพ์มิได้มีความสมบูรณ์เป็นพิเศษเมื่อเทียบเคียงกับซากดึกดำบรรพ์ที่พบในแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆในประเภทเดียวกัน

                     ๖. ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ หมายถึง การที่พบสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันหรือพบสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกันในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งซากดึกดำบรรพ์

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้อยู่ในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ ความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้อยู่ในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ ความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้อยู่ในระดับภาค
ระดับที่ ๒ ความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้อยู่ในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้มิได้มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นพิเศษเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ

                     ๗. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งซากดึกดำบรรพ์

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

 

๓.๔  แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

                    ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างนี้แตกต่างจากแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างอื่นๆ

                      ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งอนุรักษ์  ทางธรณีวิทยาด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง

                       ๓. ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างอื่นๆ

                       ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างสามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                      ๕. ความชัดเจนของโครงสร้าง ความชัดเจนของโครงสร้าง หมายถึง การปรากฏลักษณะโครงสร้างที่ชัดเจน ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวแทนในการศึกษาธรณีวิทยาโครงสร้างได้ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความชัดเจนของโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ โครงสร้างมีความชัดเจนมาก
ระดับที่ ๔ โครงสร้างมีความชัดเจนค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ โครงสร้างมีความชัดเจนในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ โครงสร้างมีความชัดเจนค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ โครงสร้างมีความชัดเจนน้อย

                      ๖. ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง หมายถึง ลักษณะโครงสร้างที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาโครงสร้างมีความสมบูรณ์และครบองค์ประกอบ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความสมบูรณ์ของโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ โครงสร้างมีความสมบูรณ์มาก
ระดับที่ ๔ โครงสร้างมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ โครงสร้างมีความสมบูรณ์ในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ โครงสร้างมีความสมบูรณ์ค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ โครงสร้างมีความสมบูรณ์น้อย

                        ๗. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งธรณีวิทยาโครงสร้าง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีวิทยาโครงสร้างแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

 

๓.๕  แหล่งหินแบบฉบับ หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้

                      ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้ แหล่งหินแบบฉบับนี้แตกต่างจากแหล่งหินแบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งหินแบบฉบับอื่นๆ

                     ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งหินแบบฉบับ

                         ๓. ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งหินแบบฉบับนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งหินแบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งหินแบบฉบับนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งหินแบบฉบับอื่นๆ

               ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งหินแบบฉบับสามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งหินแบบฉบับให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                   ๕. ความชัดเจนของชนิดหินที่พบบริเวณแหล่งหินแบบฉบับ ความชัดเจนของชนิดหินที่พบบริเวณแหล่งหินแบบฉบับ หมายถึง การแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของหินแต่ละชนิดและมีประโยชน์สำหรับการศึกษา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความชัดเจนของชนิดหิน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ชนิดหินมีความชัดเจนมาก
ระดับที่ ๔ ชนิดหินมีความชัดเจนค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ ชนิดหินมีความชัดเจนในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ ชนิดหินมีความชัดเจนค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ ชนิดหินมีความชัดเจนน้อย

                   ๖. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งหินแบบฉบับมีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งหินแบบฉบับแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

๓.๖  แหล่งธรณีสัณฐาน หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญมีรายละเอียดดังนี้

                         ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งธรณีสัณฐานนี้แตกต่างจากแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆ

                       ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งธรณีสัณฐาน

                        ๓. ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งธรณีสัณฐานนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีสัณฐานประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีสัณฐานประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีสัณฐานประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีสัณฐานประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีสัณฐานนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆ

                         ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งธรณีสัณฐานสามารถบ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีสัณฐานให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีสัณฐานมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีสัณฐานมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีสัณฐานมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีสัณฐานมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

                         ๕. ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐาน ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐาน หมายถึง คุณค่าทางทัศนียภาพ และความงดงามของแหล่งธรณีสัณฐาน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับภาค
ระดับที่ ๒ ความสวยงามของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีสัณฐานนี้มิได้มีความสวยงามเป็นพิเศษเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน

                          ๖. ความหลากหลายแปลกตาของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐาน ความหลากหลายแปลกตาของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐาน หมายถึง การที่ แหล่งธรณีสัณฐานมีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหลากหลายของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ความหลากหลายของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับโลก /ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ ความหลากหลายของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ ความหลากหลายของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับภาค
ระดับที่ ๒ ความหลากหลายของภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐานเป็นที่รู้จักในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ ภูมิทัศน์ของแหล่งธรณีสัณฐานมิได้มีความหลากหลายเป็นพิเศษเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งธรณีสัณฐานอื่นๆในประเภทเดียวกัน

                        ๗. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งธรณีสัณฐาน มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความเหมาะสมในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งธรณีสัณฐาน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งธรณีสัณฐานแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งธรณีสัณฐานแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งธรณีสัณฐานแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งธรณีสัณฐานแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งธรณีสัณฐานแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา

 

๓.๗  แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ หลักเกณฑ์ด้านคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา คำอธิบายหลักเกณฑ์ และความหมายของระดับความสำคัญมีรายละเอียดดังนี้

               ๑. ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา ความเป็นเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยา หมายถึง ลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่ทำให้แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับนี้แตกต่างจากแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณา ใน ๑ มิติ คือ ความโดดเด่นของเอกลักษณ์ทางธรณีวิทยาของแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับภาค
ระดับที่ ๒ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ มิได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับอื่นๆ

              ๒. ความหลากหลายทางธรณีวิทยา ความหลากหลายทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ในบริเวณเดียวกัน เช่น แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีสัณฐาน แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านแร่แบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านธรณีวิทยาโครงสร้าง แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านลำดับชั้นหินแบบฉบับ แหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านพุน้ำร้อน และแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ด้านซากดึกดำบรรพ์ ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ จำนวนของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์ที่พบบริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๔ ประเภท บริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๔ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๓ ประเภท บริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๓ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๒ ประเภท บริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๒ มีแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์มากกว่า ๑ ประเภท บริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ
ระดับที่ ๑ ไม่มีความหลากหลายของแหล่งธรณีวิทยาอันควรอนุรักษ์บริเวณแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

                ๓. ความหายาก ความหายาก หมายถึง แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับนี้หายาก เนื่องจากมีลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความหายากของแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในโลก/ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับประเภทนี้หายากมากในจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับนี้หาได้ไม่ยาก เนื่องจากมิได้มีลักษณะที่โดดเด่นเมื่อเทียบเคียงกับแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับอื่นๆ

                   ๔. การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ การแสดงหลักฐานทางธรณีประวัติ หมายถึง แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับสามารถ บ่งบอกถึงธรณีประวัติ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ เป็นต้น ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๓ มิติ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๔ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๓ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา
ระดับที่ ๒ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยาและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
ระดับที่ ๑ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับมิได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยุคต่างๆ ทางธรณีวิทยา เหตุการณ์พิเศษทางธรณีวิทยา และข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ

               ๕. ความสมบูรณ์ของลำดับชั้นหิน ความสมบูรณ์ของลำดับชั้นหิน หมายถึง ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์ และมีองค์ประกอบของหน่วยหินครบถ้วน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความสมบูรณ์ของลำดับชั้นหิน

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์มาก
ระดับที่ ๔ ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์ในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์ค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ ลำดับชั้นหินมีความสมบูรณ์น้อย

               ๖. ความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียง ความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียง หมายถึง หมวดหินมีความต่อเนื่องกัน ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียง

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ มีความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียงมาก
ระดับที่ ๔ มีความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียงค่อนข้างมาก
ระดับที่ ๓ มีความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียงในระดับปานกลาง
ระดับที่ ๒ มีความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียงค่อนข้างน้อย
ระดับที่ ๑ มีความต่อเนื่องกับหน่วยหินข้างเคียงน้อย

               ๗. การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา การเป็นแหล่งอ้างอิงทางธรณีวิทยา หมายถึง การที่แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา ในการพิจารณาให้ระดับความสำคัญนั้น พิจารณาใน ๑ มิติ คือ ระดับความสำคัญในการนำไปใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยาของแหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับ

ระดับคะแนน คำอธิบาย
ระดับที่ ๕ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับโลก /ภูมิภาค
ระดับที่ ๔ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับประเทศ
ระดับที่ ๓ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับภาค
ระดับที่ ๒ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงในระดับจังหวัด
ระดับที่ ๑ แหล่งลำดับชั้นหินแบบฉบับแห่งนี้ไม่เหมาะสำหรับใช้เพื่ออ้างอิงทางธรณีวิทยา